กาวสดงดพิมพ์ถูก 
เอแจ็กซ์กำลังเบื่อ เขาอยากลุกพรวดออกจากโต๊ะเรียน ไปสุมหัวกับพวกนักกีฬาที่ส่งเสียงดังอยู่ด้านล่างมันแตกต่างกับเสียงของอาจารย์ที่กำลังนั่งอธิบายเรื่องสูตรการคำนวณลิบลับ เขาหาววอดให้หนึ่งคำรบ ครุ่นคิดว่าชีวิตมันจะน่าเบื่อได้อะไรขนาดนี้  วัยรุ่นเป็นช่วงวัยที่กำลังตามหาเส้นทางเดินต่อในอนาคต แต่วัยรุ่นทุกคนกลับต้องมาจมปลักในห้องเรียนสี่เหลี่ยมนี่อยู่ดี 
เสียงพวกนักกีฬากับพวกคนในชมรมที่ลานด้านล่างยังดังอย่างต่อเนื่อง เอแจ็กซ์คล้ายจะหลับใน รู้ตัวอีกทีคาบบ่ายคาบสุดท้ายของวันก็จบลงไปแล้ว แน่นอนว่าอาจารย์ต้องไปลืมให้การบ้านกลับไปทบทวนและด้วยความคิดแบบเดียวกัน เขาจะทำมันก่อนส่งในเดดไลน์ 
เขาโบกมือยิ้มทักทายเพื่อนร่วมห้องที่ดูมีชีวิตชีวาหลังจากโดนปล่อยออกจากห้องเรียนนี่สักที  เป้าหมายหลังจากออกจากโรงเรียนอาจจะมุ่งตรงกลับบ้านหรือแวะข้างทางทำกิจกรรมวัยรุ่นให้เต็มที่ สดใสเสียจนแสบตาเลยทีเดียว 
เอแจ็กซ์ปฏิเสธเพื่อนร่วมห้องที่หวังพาเขาไปร้องคาราโอเกะ นั่งชิวตามคาเฟ่เพื่อถ่ายรูป ชีวิตผ่อนคลายมันก็ดีแต่นั่นไม่ใช่สำหรับเขา 
ตอนกลางวันกับตอนกลางคืน ชีวิตของเขาแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเมื่อท้องฟ้าสีแดงยามเย็นเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวหมึกดำจากปลายปากกา 
ถึงตอนนั้นวัยรุ่นก็คงยังอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง จะห้างสรรพสินค้า สุมหัวกันอยู่ตรงร้านสะดวกซื้อหรือกำลังทำกิจกรรมที่บ้าน เป็นชีวิตประจำวันทั่วไปที่กำหนดหนทางไม่ได้แต่ก็ไม่ได้แตกปลายแถวออกมาอย่างแน่นอน 
เขาเองก็อยากแช่น้ำอุ่นๆ สอนพวกน้องสาวน้องชายทำการบ้าน ทำสงครามเย็นกับตาแก่ที่น่าหงุดหงิดโดยมีคนที่งดงามที่สุดในโลกอย่างแม่คอยให้ท้ายเขาอยู่เหมือนกัน 
แต่นั่นก็เท่ากับเขาจะกลายเป็นคนธรรมดา 
เอแจ็กซ์ไม่ยอมรับวิถีชีวิตน่าเฉาตายแบบนั้น 
หรืออีกแง่คือ เขากลับไปใช้ชีวิตแบบนั้นไม่ได้แล้ว 
ควันบุหรี่ลอยไปตามอากาศ เอแต็กซ์เป่าคงันนั่นเบาๆอีกครั้งควันก็สลายลงราวกับไม่เคยมีมันอยู่  นิโคตินช่วยทำใก้สมองเขาปลอดโปร่งมากขึ้นหลังจากหงุดหงิดเพราะต้องยืนพิงกำแพงมาชั่วโมงกว่า 
เมื่อไหร่จะมา? แต่จะมาหรือเปล่านั่นก็ไม่สำคัญเท่าวันนี้เขาอยากจะวิวาท ได้ปล่อยหมัดใส่ใครที่อยากต่อยด้วยคงจะดีไม่น้อยทีเดียว 
มีพวกเจ้าถิ่นมองหน้าเขาอยู่บ้าง แค่เพราะเห็นว่าเป็นเขาสายตาที่จะมุ่งร้ายในตอนแรกก็เปลี่ยนเป็นหวาดหวั่น หันไปสนใจเรื่องของตัวเองกันหมด เด็กหนุ่มแค่นหัวเราะ แบบนี้จะไปเรียกตัวเองว่าเจ้าถิ่นได้อย่างไร? 
จวบจนบุหรี่หมดไปเกือบครึ่งมวน แสงจากไฟหน้ารถนั่นก็เริ่มฉายชัด เขาชะเง้อมองไฟหน้าแรงแบบนี้ก็คงเป็นคงพวกนั้นนั่นแหละ ตำรวจไม่คิดเรียกค่าปรับไฟหน้าแรงจนทำคนตาบอดเลยหรือยังไงกันนะ?  
เอแจ็กซ์สูดบุหรี่เจ้าเฮือกใหญ่ เก่งมากที่ไม่สำลักควันเขาชมตัวเองก่อนจะทิ้งมวนนั่นลงพื้น ใช้เท้าขยี้จนไฟดับทั้งมวนอันเป็นขณะเดียวกันที่เสียงเปิดปิดประตูรถยนต์ดังขึ้นสลับๆกัน 
สองคัน? อะไรจะปานนั้นเชียว? เอแจ็กซ์คิดกับตัวเองด้วยความหงุดหงิด แต่สีหน้ายิ้มการค้าที่ใช้ได้ดีกับอาจารน์ที่ชอบโมโหเขาที่เหม่อถึงกับต้องชะงักแล้วอ่อนใจแทน กระทั่งรอยยิ้มแบบนี้ตาแก่ที่บ้านที่โมโหเขาอยู่ก็เป็นต้องอ่อนใจกันบ้างนั่นแหละ 
เจ้าของผมสีอัสดงยิ้มให้ดูดีที่สุดอย่างสุดความสามารถ จะพลาดไม่ได้ 
สูทกันทุกคนเชียว อย่างกับในหนัง สงสัยถ้ารอดกลับไปเขาต้องหาหนังมาเฟียฮ่องกง พวกหนังเอเชี่ยนแนวก็อดฟาเธอร์ทำบรรยากาศได้คล้ายกับที่เขาเจออยู่ในตอนนี้เปี๊ยบเลย 
คนที่เจาเผชิญหน้าอยู่ด้วยเป็นพวกผู้ชายร่างยักษ์ หน้าตาน่าจะไม่ได้อ่อนไปกว่าบรรยากาศ ดีที่สวมแว่นดำกันทุกคนแต่นั่นก็สร้างความสงสัยอย่สงหนึ่งในใจของเอแจ็กซ์ว่าพวกเขามองเห็นกันได้ยังไง มืดค่ำปานนี้แล้วแต่นั่นไม่สำคัญเพราะฉะนั้นเขาจะไม่ทักถามอะไรที่น่าจะเปิดศึกทันทีหรอกนะ 
"เอแจ็กซ์ครับ" 
"มาตามนัดแบบนี้ใจกล้าไม่เบานี่ไอ้หนู" 
อยากจะพูดเหลือเกินว่าแล้วพวกคุณมันใจป๊อดจนมาสายไปชม.กว่าเลยหรือยังไง? เย็นก่อนเอแจ็กซ์ประเมินสถานการณ์แล้วตอนนี้ตัวนายน่ะโคตรเสี่ยง ได้แต่ปลอบให่ตัวเองใจเย็นลง 
"คนระดับพวกคุณถึงกับนัดทั้งที ไม่มาตามนัดแบบนี้ก็เสียมารยาทแย่สิครับ ว่ามั้ย?" 
"เด็กน้อย เธอยังไม่รู้ตัวว่ากำลังเจอกับอะไรอยู่" 
"อ่อ งั้นบอกหน่อยได้มั้ยครับ? เผอิญว่าผมเป็นพวกหัวทึบน่ะนะ" 
พูดจบประโยคไม่ทันไร หมัดก็แทบจะได้แตะใบหน้าเขาแต่เป็นเขาที่หลบทันแล้วใช้ขาข้างนึงสวิงเตะเข้าที่ลำตัว แน่นอนว่าเร็วพอที่สองคนด้านหลังคนๆนี้จับหรือกันให้ไม่ทัน  เลือดลมสูบฉีดอะดรีนาลีนหลั่งตามที่ใจอยาก วันนี้หมัดเขาต้องได้แตะหน้าสามคนนี้อย่างแน่นอน 
ตะลุมบอนอยู่พักใหญ่ และนั่นทำใหเอแต็กซ์ไม่เข้าใจว่าทำไมคนในรถอีกคันถึงยังไม่ลงมา และทำไมทั้งสามคนนี้ไม่เรียกหาหรือมีทีท่าขอความช่วยเหลือเลยสักนิดเดียว เขาคว้าแขนของใครสักคนหนึ่งแล้วจัดการใช้แรงเหวี่ยงนั่นให้เซไปโดนพวกเดียวกันเอง ใบ้เวลาแค่ครู่เดียว เอแจ็กซ์เสียเหงื่อเล็กน้อยเหมือนกับตอนที่เจาเล่นบาสประมาณสองสามแมทช์ 
แต่สามคนนั้นถ้าให้ดีก็แค่เสียฟันสักซี่ล่ะมั้ง? วันนี้เขาไม่ได้ยั้งแรงหมัดเลยสักนิด 
"นี่ พี่ชาย"  เขาใช้ปลายเท้าสะกิดคนที่ไม่สลบลงไปกับพื้น อีกสองคนสลบเหมือดคากันไปแล้วมีแค่คนนี้ที่ยังสติพอไหวถึงจะเลือดกลบปากจนน่าพาส่งไปโรงพยาบาลก็ตาม 
เขาใช้ปลายเท้าเกยคางอีกฝ่าย พี่ชายที่ว่าน่าจะยังเหลือแรงถึงได้คิดคว้าเท้าเขาแล้วจับบิด แต่นั่นก็ช้ามากเกินไปเขาเอื้อมตัวไปจับบิดแขนแล้วรั้งเอาไว้ก็ร้องไม่ได้ศัพท์  
"ผมแค่จะถาม ช่วยทำตัวดีๆหน่อยจะได้หรือเปล่าครับเนี่ย"
"ถามอะไร!?"
"อย่าเสียงดังสิ นัดท้าผมเองแล้วมาเสียงดังใส่แบบนี้มันไม่ดีหรอกนะครับ" คำว่าของเขาได้ผล อีกฝ่ายน่าจะประหม่าปนหวาดกลัวถึงได้เงียบลง สติที่แรกกระเจิงเพราะไม่นึกว่าเด็กอ่ยุสิบเจ็ดจะทำเขาลงมานอนกองกับพื้น แถมเพื่อนอีกสองคนที่อยากร่วมวงด้วยก็ดันสลบไปก่อน 
ชายหนุ่มชุดสูทปรายตามองรถอีกคันที่ยังจอดนิ่งอยู่ตรงฟุตปาธ แน่นอนว่าเอแจ็กซ์สังเกตเห็น 
"บอกได้มั้ยครับว่านั่นใคร? คุณบอกคุณจะมาแค่กับเพื่อนอีกสองคนนี่?"
"จะรู้ไปทำไม"
"ก็ตอนแรกผมนึกว่าคุณจะมามากกว่าสามคนน่ะสิ ก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะครับ แต่...ยังไงดีล่ะ" 
เอแจ็กซ์ผ่อนแรงดึงแขนลง พยุงให้ชายคนดังกล่าวนั่งพิงกำแพง อีกฝ่ายไม่ได้พยายามขัดขืนแรงหรือหยิ่งในศักดิ์ศรีอะไร นั่งตามที่เขาจัดท่าแต่โดยดี 
"ผมนึกว่าคุณพาพวกมารุมกระทืบผมซะอีก อ่อ แต่แบบนั้นก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ น่าสนุกดี"
"....สังเกตการณ์"
"ครับ?"
สังเกตการณ์? สังเกตคนตีกันนี่นะ? สมองของเขาเหมือนโดนคนมาสะกิดแล้วหันไปอีกทีก็บอกว่าไม่มีอะไรชอบกล 
"อ่า สังเกตการณ์" 
ชายหนุ่มคนนั้นนิ่งเงียบไปหนึ่งอึดใจ พอๆกับที่เสียงเปิดปิดประตูรถดังขึ้นจากด้านหลัง เอแจ็กซ์หันหลังกลับไปมอง เป็นชายตัวไม่สูงไม่เล็กจนเกินไปที่ลงจากรถ รูปลักษณ์แปลกตาบ่งบอกว่าไม่ใช่คนแถวนี้หรือเป็นคนประเทศนี้อย่างแน่นอน คนๆนั้นเปิดประตูรถจากทางด้านข้างคนขับ เดินกลับไปเปิดประตูที่สองด้วยท่าทีเรียบร้อย ราวกับกลัวรถจะบุบสลายอย่างไรอย่างนั้น 
ลางสังหรณ์ของเอแจ็กซ์กระตุกถี่ยิบ เขาควรไปจากที่นี่ ตอนนี้และเดี๋ยวนี้ 
แต่ใจที่แสนจะโอหังและอวดดีกลับทำให้ขาของเขาอยู่ที่เดิม จดจ่อกลับการปรากฏตัวของคนในรถคันนั้น 
ชั่ววูบหนึ่งที่ภาพของผู้ชายแปลกๆคนนั้นกลับเข้ามาอยู่ในหัว คนที่ไม่ยอมพกกระเป๋าเงินจนเป็นเขาที่บังเอิญเจออยู่บ่อยครั้งและต้องเลี้ยงมื้ออาหารทุกทีที่เจอ 
สีผมและสีผิวคล้ายคนพวกนี้มาก แต่ที่เด่นชัดคือแววตาที่สวยงามอย่างน่าประหลาดนั่น
แต่คนที่ก้าวออกจากประตูรถนั่นกลับเป็นผู้หญิง ท่ทางบ่งบอกชัดว่าเป็นหญิงสาวที่มีตำแหน่งเหนือกว่าผู้คนเหล่านี้อย่างแน่นอน เส้นผมสีขาวสะอาดนั่นพลิ้วไหวไปตามจังหวะท่าทาง เป็นการก้าวลงจากรถยนต์ที่สง่างามที่สุดเท่าที่เอแจ็กซ์เคยเห็นมา 
ไม่รู้ทำไมลึกลงไปเด็กหนุ่มกลับผิดหวังอยู่ลึกๆ 
"ว้าว ใครกันล่ะครับเนี่ย" 
เอแจ็กซ์สัมผัสได้ว่าหลังจากคำถามของเขาถูกถามออกไป หญิงสาวผู้มาใหม่นั้นมีรอยยิ้มในแววตา เธอหัวเราะเบาๆ เด็กหนุ่ม..เป็นเด็กหนุ่มเหมือนกับเขา คนเมื่อครู่ที่เปิดประตูให้หญิงสาว รูปลักษณ์ภายนอกดูเด็กกว่าเขาแต่ไม่รู้ทำไมกลับให้ความรู้ว่าอีกฝ่ายอายุเยอะกว่าเป็นไหนๆชอบกล  
"เอแจ็กซ์...ชื่อคุณใช่หรือเปล่าหนุ่มน้อย ดิฉันออกเสียงถูกหรือเปล่าคะ?"
"ถูกต้องแบบไม่มีที่ติเลยครับคุณผู้หญิง แล้วคุณล่ะ?"
ยิ้มแย้มเหมือนบุปผาแต่ไม่ตอบ นี่เป็นการปฏิเสธที่นุ่มนวลจากสาวงามสินะ เพราะฉะนั้นเขาจะเมินๆสายตาคมเหมือนใบมีดจากเด็กหนุ่มข้างเธอแล้วกัน 
"ทำไมคนที่ยังหนุ่มแบบเธอถึงเลือกจะมาตามนัดของคนแบบพวกเรางั้นหรือ? บอกว่าไม่ต้องมาก็ได้แล้วแท้ๆ..."
เป็นคำถามที่น่าสนใจมากถ้าไม่ติดว่าการ"นัด"ของอีกฝ่ายคือการทำให้ทิวเซลตกใจคนแปลกหน้าตอนไปโรงเรียนหรือทำให้โทเนียรู้สึกโดนจ้องมองตอนไปร้านสะดวกซื้อแถวบ้าน 
แบบนั้นเขาจะไม่มาตาม"นัด"ได้อย่างไรกัน? บีบบังคับกันชัดๆ
"ก็...ถ้าไม่มาก็คงเสียมารยาทมั้งครับ อุตส่าห์นัดกันทั้งที"
"คงจะดีกว่านี้ถ้าตอนแรกคุณไม่ข้ามเส้น เอแจ็กซ์" 
แหงสิ เพราะความทะเล่อทะล่าซัดคนไปทั่วพาเขามาอยู่จุดนี้ยังไงล่ะ เอแจ็กซ์ยิ้มรับประโยคนั้น เกิดความเงียบอยู่ครู่ใหญ่เป็นการหยั่งเชิงที่อึดอัดที่สุดสำหรับเขา เขาเสียเปรียบทุกด้านแต่ก็ใช่ว่าจะยอมอยู่เฉยๆ
'มาเฟีย' มันจะแน่สักแค่ไหนกันเชียว? เอแจ็กซ์กำหมัดเงียบๆ 
"เลือกซะ" 
เด็กหนุ่มที่ดูภายนอกน่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกันทลายความเงียบน่าอึดอัดลง 
"ระหว่างขอโทษกลุ่มของเราอย่างเป็นทางการแลกกับแกไปนอนที่สถานพินิจเล่นๆสักหลายเดือน..."
"กับก้าวเข้ามาอยู่ฝั่งนี้ด้วยกันอย่างเต็มตัว" 
"เลือก"
ให้มาเลือกอะไรแบบนั้นตอนนี้มันได้ซะที่ไหนกัน เขาคิ้วกระตุก เริ่มรู้สึกว่าที่ทำลงไปมันไม่ใช่เล่นๆของจริงแล้ว 
"ขอเวลาคิดก่อนจะได้หรือเปล่าล่ะครับ?"
โอ้ พี่ชาย ตาคมๆนั่นก็คมปรี๊ดอยู่แล้วช่วยอย่าเขม่นจนมันดูน่ากลัวกว่าเดิมจะได้หรือเปล่า สมองคิดแต่ปากที่ยังรักชีวิตไม่ได้พลั้งพูดออกไป  เป็นหญิงสาวที่ขำขันให้กับคำตอบเขา เธอแตะไหล่ของคนข้างกันเบาๆ อีกฝ่ายดูอยากจะฮึดฮัดต่แต่ไม่ได้ต่อต้านอะไร 
"แบบนั้นก็ได้ค่ะ พวกเราให้อิสระคุณเต็มที่อยู่แล้ว...กระทั่งสุภาพบุรุษทั้งสามคนเรายังให้คุณได้ลองจนสมใจเลย" 
กับดักชัดๆ เอแจ็กซ์อยากกรีดร้อง พวกเอเชี่ยนมันร้ายขนาดนี้เลยหรือยังไงกัน? 
"สามวัน" หญิงสาวชูนิ้วมือภายใต้ถุงมือกำมะหยี่เนื้อดีขึ้น 
"ดิฉันเสนอเวลาภายในสามวัน พวกเราจะมาจิกันตรงนี้อีกทีในเวลาเดิมของวันที่สี่" 
"หวังว่าจะได้รับคำตอบที่ดีค่ะ" 
"....ระหว่างนั้น"
"คะ?"
"ระหว่างนั้นช่วยหยุดทำให้ครอบครัวของผมเดือดร้อนใจด้วยครับ" 
หญิงสาวพยักหน้าเป็นคำตอบ ต่อให้เสียเปรียบแต่ก็ยังประกาศกร้าวแบบนี้ไม่เจียมตัวเจียมใจเลยซะจริงๆ 
"หลี่เย่วให้คำมั่นกับสัญญาเสมอ ขอสัญญาว่าสามวันที่กำลังจะถึงนี่ครอบครัวคุณจะปลอดภัยค่ะ เอแจ็กซ์" 
(อยากมีพิหนิงกวงมาพูดคำขาใส่จังเยย แง่กๆๆๆ)
"...ครับ" 
"ไว้เจอกันใหม่นะคะ พวกเราจะเฝ้ารอการตัดสินใจของคุณอย่างใจจดใจจ่อเลยล่ะค่ะ"
รู้ตัวอีกที เอแจ็กซ์ก็ได้แต่มองพวกผู้ชายตัวใหญ่ชุดสูทพากันปลุกพากันลากกลับเข้ารถ พร้อมกับหญิงสาวและเด็กหนุ่มที่กลับขึ้นรถตามเดิม ไม่มีการถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกับเจ้าพี่ชายตัวใหญ่สามคนนั้นแม้แต่น้อย 
เขามองไฟหน้ารถแสบตานั่นแล่นห่างจากสายตาไปไกลพร้อมกับความหนักอึ้งในใจที่ค่อยๆทับถมขึ้น 
นายซวยแน่ เอแจ็กซ์ 
.
.
.
.
.
วิวทิวทัศน์กลายเป็นเส้นแสงสีพร่าเลือนตามความเร่งที่เหยียบ แอร์เย็นฉ่ำนั่นไม่ได้ทำให้เขาใจเย็นลงแต่อย่างใด 
ชายหนุ่มกอดอกมองออกไปนอกรถมาได้สักพักหลังจากรถยนต์แล่นจากจุดๆนั้นมาครู่ใหญ่ 
"ไม่ถูกใจงั้นหรือคะ?" 
เขาหันไปมองหญิงสาวที่นั่งอยู่เบาะข้างกัน เธอนั่งนิ่งตัวตรงบ่งบอกว่าเจ้าของเบาะหลังตรงนี้ไม่ใช่เธอแต่เป็นอีกฝ่าย 
"...เปล่า เธอทำได้ดีแล้ว" 
"ยังคิดถึงเด็กคนนั้นอยู่งั้นหรือคะ แต่ก็นับว่าไม่แปลก ดิฉันเองก็ตกใจไม่น้อยเลย" 
ดวงตาของเขาหรี่ลง เลิกมองหน้าอักฝ่ายแล้วกลับไปมองวิวข้างนอกเหมือนที่ทำก่อนหน้านี้ 
"....ดิฉันไม่ได้คิดจะแย่งหรือพูดถึงเพราะต้องตาต้องใจหรอกนะคะ ท่านจงหลี" 
"เด็กคนนั้นเด็กมาก อายุยังไม่ถึงเลขสองเสียด้วยซ้ำ หน่วยก้านดีจนเรียกได้ว่าน่าประทับในก็จริงแต่จะให้มาอยู่กับฝั่งนี้มันก็น่ากังวล" 
'จงหลี' เผยอปากแล้วปิดลง ไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งถึงได้ตอบกลับไป 
"...ฟาทุยอยากได้เด็กคนนั้นไป" 
ทั้งคันรถนิ่งสงัด ความหนาวเย็นที่ไม่ได้เกิดจากเครื่องปรับอากาศกระจายไปทั่ว 
"ท่านรู้ได้ยังไงกันครับ?" เสียงจากที่นั่งข่างคนขับดังขึ้น
"เพราะคนที่ทำให้เด็กคนนั้นต้องคอยมาต่อยตีจนถึงทุกวันนี้มันเป็นเพราะฉันเอง" 
ถ้าวันนั้นเขาไม่หัวแข็งแล้วยอมฟังกุ่ยจงพูดอีกสักหน่อย เด็กคนนั้นก็คงไม่ต้องมาเกี่ยวข้องด้วยแล้ว 
จะว่าอวดดีก็ดี จะว่าจิตใจดีเกินไปก็ได้ ถ้าวันนั้นเขาไม่สะเพร่าไปเดินอยู่ในแถบถิ่นมั่วสุมนั่นจนเกือบโดนรุมทำร้ายแล้วเด็กนั่นก็คงไม่ต้องกลายมาเป็นแบบนี้ 
แม้จงหลีจะไม่หวั่นว่าตนจะโดนรุมทำร้ายเพราะคนพวกนั้นคงไม่ได้แตะแม้แต่ปลายผม แต่กับเด็กคนนั้นไม่เหมือนกัน 
อย่างน้อยก็ต้องเอาเข้ามาอยู่ในปีกของเขาก่อน หลังจากนั้น...รายละเอียดไว้ค่อยว่ากันทีหลัง 
"ทำยังไงก็ได้ให้เอแจ็กซ์ตอบตกลง แต่อย่าทำให้ตื่นตระหนกจนเกินไปก็พอ" 
ผู้อยู่ใต้อณานัติขานรับคำ เป็นค่ำคืนที่ยาวนานเหลือเกิน 
จงหลีหลับสายตาลงนึกถึงรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอ่อนเยาว์นั่นแล้วตั้งปนิธาน 
จะคุ้มครองให้ดู 
จบแร้ว พอก่อน เหน่ย /ปาดเหงื่อ  
แงแอ ขอบคุณนะคับ5555555555555 ขอบคุณที่สละเวลามาอ่านอะไรหงุงหงิงๆนะคับ แง🥺💖 เดี๋ยวจอปิดไลฟ์ก่อนนะคะ ขอบคุณจิงๆคับ หงุง🥳 
 
カット
Latest / 123:34
カットモードOFF
08:38
ななし@22fabe
/นั่งอ่านใจจดจ่อ
09:24
Lunglink
แงแอ ขอบคุณที่มานั่งเฝ้านะคะ555555555555
12:06
ななし@e9ed48
เพลินดีคับลิ้งซัง ผ้มชอบๆๆๆ
13:22
ななし@fb90fd
เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ💗
13:45
Lunglink
สารภาพว่าเขินมากค่ะ5555555555 แงแอ ขอบคุณที่สละเวลามานั่งอ่านนั่งเฝ้ากันนะคะ💖
21:34
jaminize
ตามอ่านอยู่นะคะ ♥
22:29
Lunglink
หงุง ขอบคุณนะคะตัวเอง🥺💕
52:21
jaminize
เอนดูค่ะ 55555
55:07
ななし@e9ed48
ตามสบายฮะ555555
55:24
ななし@e9ed48
ตื่นเต้นแบ้ว ใครอยุ่ในรถกันนะ >_<
56:43
jaminize
ไปตักข้าวก็คือเอ็นดูยิ่งกว่าเดิม 55555
56:54
jaminize
ทานข้าวก่อนก็ได้นะคะ
67:48
ポリ-
ดีจ้านส
68:03
Lunglink
เห้ย ว่างัยคับพส
68:58
ポリ-
จองตลาดคลองเตยแล้ว เธอเอาจตุจักรไปนะ
69:07
ポリ-
ช้อปปิ้งต้นไม้
69:34
ポリ-
อยากไปเยาราชชชช ของอร่อย
99:59
ポリ-
เกลียดตรง พวกเอเชี่ยนทำไมร้ายจัง5555
102:24
Lunglink
หนังมาเฟียเกรดบี be like :
119:30
ななし@e9ed48
/เช็ดเหงื่อให้ เหนื่อยหน่อยนะคับลิ้งซัง
119:46
ななし@e9ed48
ฮื้ออ่านเพลินจิงๆ
121:08
ななし@e9ed48
ok kub hehe
チャットコメント
文字サイズ
向き
チャットコメント通知
กาวจงทาร์ตเง๋าๆ
初公開日: 2021年03月28日
最終更新日: 2021年03月29日
ブックマーク
スキ!
コメント
มาเฟียแล้วมารักกันบ้าง